> ไส้ติ่งอักเสบ (Appendicitis) > คำแนะนำ

คำแนะนำ

           1. ไส้ติ่งอักเสบ ถือเป็นภาวะร้ายแรงที่ต้องได้รับการรักษาด้วยการ ผ่าตัดฉุกเฉิน การรักษาทางยาไม่ว่ายากินหรือยาฉีด อาจระงับอาการ ได้ชั่วคราว และถ้าปล่อยไว้จนไส้ติ่งแตก ก็จะทำให้เกิดความยุ่งยากใน การรักษา เสียเงิน เสียเวลาอยู่โรงพยาบาลและเสี่ยงอันตรายมากขึ้น
           2. อาการปวดท้องน้อยข้างขวา นอกจากไส้ติ่งอักเสบแล้ว ยังอาจมี สาเหตุอื่น ๆ เช่น นิ่วในท่อไต, ปีกมดลูกอักเสบ, ปวดประจำเดือน, ครรภ์นอกมดลูก เป็นต้น ซึ่งจะมีลักษณะ อาการแตกต่างกันไป อย่างไรก็ตาม ให้ยึดหลักว่า หากมีอาการปวด ท้องติดต่อกันนานเกิน 6 ชั่วโมง หรือขยับเขยื้อนตัวหรือเอามือกดแล้วรู้ สึกเจ็บตรงบริเวณท้องน้อยข้างขวา ไม่ว่าจะมีไข้หรือไม่ก็ตาม ควร สงสัยเป็นไส้ติ่งอักเสบหรือภาวะร้ายแรงอื่น ๆ และต้องรีบไปพบแพทย์ ที่อยู่ใกล้บ้านทันที อย่าคิดว่าเป็นเพียงอาการปวดท้องธรรมดา (เช่น ปวดประจำเดือน ซึ่งอาจจะเคยเป็นอยู่บ่อย ๆ)
           3. ผู้ป่วยโรคนี้อาจมีอาการต่าง ๆ กันไปได้หลายแบบ มากกว่าครึ่ง หนึ่งที่อาจไม่มีอาการปวดท้องรอบ ๆ สะดือนำมาก่อน บางรายอาจมี อาการปวดท้องร่วมกับท้องผูกหรือท้องเดินก็ได้
           ถ้ารู้สึกปวดท้องอยากถ่ายบ่อย ๆ แต่ถ่ายไม่ออก อย่านึกว่าเป็น อาการท้องผูกธรรมดา และห้ามทำการสวนอุจจาระหรือให้ยาระบาย เพราะอาจทำให้ไส้ติ่งแตกได้ บางรายในระยะแรกอาจมีอาการปวดตรงใต้ลิ้นปี่หรือรอบ ๆ สะดือ คล้ายอาการของโรคกระเพาะ จึงควรเฝ้าสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด หากกินยาแก้โรคกระเพาะแล้วไม่ทุเลา กลับปวดรุนแรงขึ้น หรือย้ายมา ปวดตรงท้องน้อยข้างขวา ก็ควรคำนึงถึงไส้ติ่งอักเสบ
           4. ผู้ป่วยไส้ติ่งอักเสบ มักมีไข้ต่ำ ๆ หรือไม่มีไข้ ถ้าพบว่ามีไข้สูง อาจเกิดจากไส้ติ่งแตก หรืออาจเกิดจากสาเหตุอื่น ๆ เช่น ไทฟอยด์, ปีกมดลูกอักเสบ, กรวยไตอักเสบ
           5. วิธีตรวจดูอาการไส้ติ่งอักเสบอย่างง่าย ๆ ก็คือ การใช้นิ้วมือกด เบา ๆ ตรงท้องน้อยข้างขวา ถ้าพบว่า มีอาการเจ็บปวดตรงบริเวณนั้น มาก ก็พึงสงสัยว่าเป็นไส้ติ่งอักเสบ ดังนั้น ควรใช้วิธีนี้ตรวจดูผู้ที่มี อาการปวดท้องหรือท้องเดินทุกราย